หน้าแรก
ประวัติวัดราชาธิวาสวิหาร
งานสถาปัตยกรรม
พระพุทธรูปสำคัญ
วัดถุมงคลวัดราชาธิวาส
ความรู้ทั่วไป
ประมวลภาพ
พุทธศาสนาวันอาทิตย์
ข่าว
ติดต่อวัด
ระบบสมาชิก
ชื่อผู้ใ?E

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ยังไม่ได้ลงทะเบียน?
ลงทะเบียนใหม?
 
 
 
บทความล่าสุด
บทความเปิดอ่านมากที่สุด
 
 
ปัญหาอจินไตย

 
 
รายการธรรมะรับอรุณ ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗
โดย พระราชกวี  รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวางแผน ม.มมร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร
......................


     เจริญสุขท่านสาธุชนทุกท่าน วันนี้ธรรมะรับอรุณทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ มีธรรมะมาฝากอีกข้อหนึ่ง ข้อนี้เป็นเรื่องที่อาจจะหนัก ถ้าเราคิดว่าหนัก แต่ถ้าไม่คิดว่าหนักก็คงไม่หนัก จะพูดถึงเรื่องปัญหาอจินไตยก็มักจะมีคนถามกันอยู่บ่อย ๆ ว่า คำว่า อจินไตย มันคืออะไร อจินไตย ก็แปลว่า สิ่งที่ไม่ควรคิด สิ่งที่ไม่ควรคิด คืออะไรบ้าง มี ๔ อย่าง พระพุทธเจ้าแสดงไว้ ๔ อย่าง ปรากฎในคัมภีร์ตุกกนิบาตอังคุตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑
     ข้อ ๑ เรื่องพุทธวิสัย คือ วิสัยของพระพุทธเจ้า เช่นว่า ประสูติออกมาเดินได้ ๗ ก้าว เปล่งพระวาจาได้ แล้วก็วิสัยที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่คนเป็นหมื่นไม่มีเครื่องขยายเสียง ใครจะฟังได้ยิน หรือวิสัยที่พระองค์ทรงสอนธรรมะจนกระทั่งพระราชามหากษัตริย์ทรงเลื่อมใสมากมาย ตลอดถึงว่าวิสัยของพระพุทธองค์ที่ทรงเนรมิตเจดีย์ต่าง ๆ แม้แต่รอยพระพุทธบาท พ้นวิสัยของคนสามัญชั้นธรรมดา นั่นวิสัยของพระพุทธเจ้า อย่าไปคิด คิดมากไม่ดี
     ประการที่ ๒ ก็คือ ฌานวิสัย วิสัยของผู้ได้ฌาน เรื่องของผู้ได้ฌานนั้น เหาะเหินเดินอากาศได้ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ขยับไปไหนไม่ได้ นั่งเข้าแล้วเขาก็เข้าฌาน ใครจะไปยกก็ยกไม่ขึ้น อาจจะหนักเกินไปในความรู้สึกของคนที่ยก เรียกว่า เอาไฟฟ้ามาช๊อตก็ไม่ตาย ถ้าท่านอยู่ในฌาน ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ไม่ต้องตั้งปัญหาว่าทำไมเพราะวิสัยของฌาน ของผู้ได้ฌาน คิดมากไปไม่ดี
     ประการที่ ๓ คือ กรรมวิปากวิสัย วิสัยของการให้ผลของกรรม การให้ผลของกรรมนี้ให้อย่างไร ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วจริงเปล่า ทำชั่วได้ดี ทำดีได้ชั่วจริงหรือเปล่า ทำไมคนเกิดมาไม่เหมือนกัน ไปสร้างกรรมอะไรกันมา ทำไมคนหนึ่งขาเป๋ คนหนึ่งขาดี ทำไมลูกบิดามารดาเดียวกันคนหนึ่งได้เป็นนางงามจักรวาล อีกคนหนึ่งขี้เหร่สุดๆ ไม่ได้ต้องสงสัย นั่นเป็นวิสัยของกรรม ไม่ใช่เป็นวิสัยของบิดามารดาทำให้ กรรมของแต่ละคนทำให้
     และประการสุดท้าย คือ โลกวิสัย วิสัยของโลก เรื่องว่าโลกเกิดขึ้นเมื่อไร จะดับเมื่อไรน้ำจะท่วมโลกเมื่อไร ไม่ต้องไปสงสัยหรอก สงสัยไปมันไม่ดี ไม่ดีอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบไว้เลยว่า ผู้ที่สงสัยในปัญหา ๔ ประการนี้ จะมีส่วนแห่งความเป็นคนบ้า อาจจะทำให้บุคคลผู้นั้นวิกลจริตไป เพราะคิดมาก เพ้อเจ้อ คิดฟุ้งซ่าน กลายเป็นคนที่ควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ กลายเป็นคนที่ไม่มีหลัก คิดหนักคิดมาก สมองเสื่อม อันตราย ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ ไม่เป็นไป เพื่อความเกื้อกูลแก่ชีวิตของตนสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นอจินไตย แปลว่าสิ่งที่ไม่ควรคิด ไม่ควรคิดในที่นี้ หมายถึงว่าไม่ควรคิดสงสัยลึกไปว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงสัยในพระพุทธเจ้า การสงสัยมากไปนี้ จะทำให้เกิดความลังเลสงสัยอื่น ๆ อีกจนทำให้ไม่ปฏิบัติธรรม ขาดการประพฤติปฏิบัติธรรมเสียโอกาสที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาเปล่า ๆ เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เราควรทำ เราก็ควรทำไปเถอะ ไม่ควรไปสงสัยในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า ไม่ควรไปสงสัยในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า ไม่ควรสงสัย ขอเจริญพร.....

ระบบสุ่มรูปภาพ
raja_image.gif
 
 
copyrights 2008 www.watraja.org